ข้อเสนอพิเศษ ลองดู

Tuesday, 21 June 2011

มาดูแนวโน้ม ของ ขนมจีน ในประเทศไทย - กราฟแสดงจาก Google trend

ดูภาพกราฟที่แสดง เราพอจะมองได้ว่า ขนมจีน จะถูกเอ่ยถึง หรือ ต้องการบริโภค ขนมจีน เป็นอย่างมาก ซึ่งอยู่ในช่วงปลายปี หรือยู่ระหว่าง เดือน พฤศจิกา-ธันวาคม ของทุกๆปี

และพอจะมองได้ว่า อินเตอร์เน็ตช่วงนั้น คำว่าขนมจีน ถูกค้นหาผ่านอินเตอร์เน็ต ได้อย่างชัดเจนเป็นอย่างมากในปี 2007 หรือในปี 2551 นั้นเอง



และผลการค้นหาจพุ่งสูงขึ้นนั้นไม่ได้หมายความ คนอื่นๆเค้าจะค้นหาเพราะว่าอยากกินขนมจีนเสมอไป แต่เราพอจะคาดการณ์ได้ว่า
ขนมจีน จะส่งอิทธิพลของมันในช่วงปลายปีอย่างแน่นอน

ที่มา : Google Trend
read more

Sunday, 19 June 2011

มี​อะไร? ใน​ขนมจีน - สถาน​ที่​ผลิต​เป็น​สิ่ง​หนึ่ง​ที่​ไม่​ควร​มอง​ข้าม

ขนมจีน ดั้งเดิม​เป็น​อาหาร​ของ​ชาว​มอญ​ที่​เรียก​ว่า ค​หน​อม​จีน เรียก​กัน​ผิดเพี้ยน​จน​มา​เป็น​ขนมจีน​ใน​ปัจจุบัน ขนมจีน​ที่​เรา​กิน​กัน​อยู่​นี้​มี 2 ชนิด คือ ขนมจีน​แป้ง​หมัก​และ​ขนมจีน​แป้ง​สด ซึ่ง​ต่าง​กัน​ตรง​ที่​กรรมวิธี​การ​ทำ​และ​สี​ของ​เส้น​ขนมจีน สำหรับ​ชนิด​ที่​ได้​รับ​ความ​นิยม เห็นจะ​เป็น​ขนมจีน​แป้ง​สด เพราะ​ไม่​ต้อง​เสีย​เวลา​หมัก​แป้ง แค่​นวด​ให้​พอได้​ที่​แล้ว​นำ​มา​ใส่​ที่​บีบ​เส้น​บีบ​ลง​ใน​น้ำ​ร้อน หลังจาก​นั้น​จับเป็น​จับ หรือ​เป็น​หัวๆ ก็​กิน​พร้อม​กับ​น้ำยา​และ​แกง​ประเภท​ต่างๆได้​ทันที สุด​แล้วแต่​รสนิยม​ว่า​ใคร​ชื่น​ชอบ​รสชาติ​และ​อาหาร​ประเภท​ไหน

หาก​ลอง​นึก​ภาพ กระบวนการ​ทำ​ขนมจีน​ตั้งแต่​เริ่ม​แรก​แล้ว​จะ​เห็น​ภาพ​ว่า​ผู้​ผลิต​ต้อง​ใช้​มือ​สัมผัส​ทั้ง​กับ​แป้ง​และ​เส้น​ของ​ขนมจีน​โดย​ตรง ความ​สะอาด​และ​ความ​ปลอดภัย​ของ​ผู้​บริโภค​อย่าง​เราๆ จึง​อยู่​ที่​ตรง​นี้

นอกจาก​นี้ การ​ผลิต​ขนมจีน​ยัง​ต้อง​ใช้​น้ำ​เพื่อ​การ​จับ​ตัว​เป็น​เส้น​ขนมจีน​อีก​ด้วย ฉะนั้น​คุณภาพ​ของ​น้ำ​ที่​ใช้​จึง​เป็น​สิ่ง​สำคัญ



นอกจาก​นี้​ สถาน​ที่​ผลิต​เป็น​สิ่ง​หนึ่ง​ที่​ไม่​ควร​มอง​ข้าม เพราะ​ตาม​หลัก​สุขาภิบาล​ที่​ดีแล้ว สถาน​ที่​ผลิต​ต้อง​แยก​ออก​จาก​ส่วน​ที่​พัก​อาศัย​อย่าง​ชัดเจน ไม่​อย่าง​นั้น​สิ่ง​ปน​เปื้อน​หรือ​เชื้อโรค​ต่างๆ เช่น อี.โค​ไล และ โค​ลิ​ฟอร์ม จะ​มี​โอกาส​ปน​เปื้อน​ใน​ขนมจีน​ที่​ผลิต​สูง​ตาม​ไป​ด้วย

เมื่อ​ร่างกายได้​รับ​เชื้อ​นี้​เข้าไป จะ​ทำให้​ท้องเสีย​และ​ท้องร่วง​ได้​โดย​ง่าย

ดังนั้น สังเกต​ดู​สภาพ​ของ​เส้น​ขนมจีน​ว่า​มี​สิ่ง​ใด​ปะปน​มา​ด้วย​หรือ​ไม่ สี​ของ​เส้น​ขนมจีน​ผิดเพี้ยน​ไป​จาก​เดิม มี​กลิ่น​เหม็น​ผิด​ปกติ​ไป​จาก​ที่​เคย​เห็น​หรือ​ไม่



วัน​นี้ คอลัมน์​มัน​มา​กับ​อาหารเอาใจ​คน​ชอบ​ขนมจีน ด้วย​การ​สุ่มตัวอย่าง​ขนมจีน​จาก​ย่าน​การ​ค้าจำนวน 5 ตัวอย่าง เพื่อ​วิเคราะห์​หา​การ​ปน​เปื้อน​ของ​เชื้อ อี.โค​ไล และ โค​ลิ​ฟอร์ม

ผล​ที่​ได้​พบ โค​ลิ​ฟอร์ม ปน​เปื้อน 1 ตัวอย่าง แต่​ยัง​ไม่​เกิน​มาตรฐาน​ของ​กระทรวง​สาธารณสุข

นับ​เป็น​เรื่อง​ดี ที่​ผู้​ผลิต​เอาใจใส่​ต่อ​ผู้​บริโภค รักษา​ความ​สะอาด​ส่วนตัว เพื่อ​ความ​ปลอดภัย​ของ​ส่วนรวม.

ที่มา : http://www.thairath.co.th/column/life/fromfood/170928
read more

Saturday, 18 June 2011

ขนมจีน น้ำยาปลาทูน่า (จาก Facebook janpimyada) - ทานของอร่อยที่เราทำเอง

ขนมจีนน้ำยาปลาทูน่า


เดี๋ยวนี้จะหาขนมจีนน้ำยากะทิอร่อยๆ หายากเต็มทีค่ะ ประเภทน้ำยาปลาช่อนที่มีไข่ปลาลอยหน้าหม้อน้ำยาเป็นแพแบบในงานบุญสมัยก่อนนั้น เห็นจะไม่มีแล้วหละค่ะ ด้วยปัจจัยหลายอย่าง ไม่ว่าจะราคาปลาช่อนที่แพงเกิน กิโลละร้อยไปแล้ว ขั้นตอนที่ซับซ้อน หรือ จะเป็นอีกร้อยแปดเหตุผล ก็ช่างเถอะค่ะ วันนี้เรามาทำน้ายากะทิแบบลดขั้นตอนทานกันเอง ดีกว่า



แจนแนะนำนะคะ เป็นน้ำยาปลาทูน่ากระป๋อง 

เพราะไม่ต้องต้มหรือแกะเนื้อปลาให้ยุ่งยากอีก 




เครื่องปรุง

1. ปลาทูน่าในน้ามันพืช 1 กระป๋อง
2. กะทิคั้นสด 1 กิโล
3. พริกแกงแดง 2 ขีด
4. กระชาย ปรมาน 10 ราก/ผิวมะกรูด/กระเทียมไทยแกะเปลือก
5. ลูกชิ้นปลาอย่างดีตามชอบ / หรือจะเป็นตีน(เท้า)ไก่ ก็ได้ค่ะถ้าชอบ
5. เครื่องปรุงรส น้ำตาลปี๊บ เกลือ น้ำปลาดี
6. เครื่องเคียง - ถั่วงอกลวก/ลวก - ใบแมงลัก - ถั่วฝักยาว หรือผักสดตามชอบ
7. ขนมจีน


ลงมือกันเลย

1. เตรียมเครื่องแกง
   1.1 ตำผิวมะกรูด กับ กระเทียมให้ละเอียด
   1.2 ขูดผิวกระชาย หั่นเป็นท่อนเล็กๆ แล้วโขลกให้ละเอียด
   1.3 ใส่พริกแกงแดงลงไป ในครกแล้วผสมเครื่องแกงทั้งหมดด้วยกัน โขลกต่อให้ผสมละเอียด ดี

2. เทปลาทูน่าออกจากกระป๋อง เก็บน้ามันไว้ เอาแต่เนื้อปลา โขลกรวมกับพริกแกงให้เป็นเนื้อเดียวกัน

3. ตั้งกะทิบนไฟอ่อนๆ ผสมเครื่องแกงทั้งหมดลงไป พร้อมน้ำมันปลาทูน่า เคี่ยวต่อจนเดือดปุดๆ

4. ใส่ลูกชิ้นปลาลงไป เคียวต่ออีกซักพัก (ถ้าชอบตีนไก่ ก็ให้ซื้อที่เท้าอวบๆ เอามาทำความสะอาดตัดเล็บ
ให้เรียบร้อย แล้วต้มเคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆ โยนตะไคร้ทุบลงไปซัก 2 ต้น เคี่ยวทิ้งไว้ซัก 30-40นาที ก็จะได้ตีนไก่เปื่อยนุ่ม ไม่แตกเละแบบที่ใช้ไฟแรงๆต้ม)

5. ปรุงรสด้วย น้ำปลาดี เกลือ น้ำตาลปี๊บ ให้เค็มปะแล่มหวานกะทิ

6. เสิร์ฟได้แล้วค่ะ


ปลาทูน่า กระป๋องเดียว แต่เวลาทำออกมาแล้วได้น้ายากะทิหม้อย่อมๆ พอทานได้ 4-5คนเลยนะคะ เหมาะที่จะทำทานกันวันหยุด ในครอบครัวหรือในกลุ่มเพื่อน ช่วยกันหยิบนั่นนี่ แป๊บเดียวก็เสร็จ ได้ทานของอร่อยที่เราทำเอง ภูมิใจด้วยค่ะ
เรื่องและภาพโดย: แจน พิมยาดา


ที่มา : http://www.facebook.com/janpimyada
ที่มา : http://twitter.com/starfishQ9
read more

Friday, 17 June 2011

ขนมจีนน้ำยาหยวกกล้วย ชาวมอญ (Postoday)- ร้านดังประจำสะพานมอญ

สวัสดีปีใหม่ทุกท่านครับ วันนี้ผมประเดิมปีใหม่ด้วยการพาไปตะลอนชิมแถวๆ ชายแดนไทยพม่า ที่สะพานมอญ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี

เพื่อไปชิมขนมจีนน้ำยาหยวกกล้วยอาหารขึ้นชื่อของชาวมอญที่มีมาช้านาน และไม่ได้หารับประทานได้ง่ายนักในกรุงเทพฯ นอกจากวันดีคืนดีมีงานบุญของชาวมอญ เราอาจจะได้เห็นชาวไทยเชื้อสายมอญ ทำขนมจีนน้ำยาหยวกกล้วยให้ได้รับประทานกัน



ถ้าหาไม่ได้ละก็ ผมขอแนะนำให้เดินทางไปสะพานมอญเพื่อเที่ยวชมสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ไปชมวิถีชีวิตชุมชนชาวมอญ และทิวทัศน์ ของสามประสบ ซึ่งเป็นจุดบรรจบของแม่น้ำสามสายไหลมาบรรจบกันคือแม่น้ำซองกาเลีย แม่น้ำรันตี และแม่น้ำบีคลี่

การเดินทางมาค่อนข้างลำบากนิดหน่อยแนะนำว่าจัดทริปเที่ยวสัก 2 คืนไม่งั้นมีเหนื่อย ถึงแม้จะเป็นช่วงฤดูหนาวแต่ที่กาญจนบุรีกลางวันจะร้อนถึงร้อนมาก กลางคืนหนาวถึงหนาวจัด แค่คิดก็ครั่นเนื้อครั่นตัวพานจะเป็นหวัดแล้วครับ เข้ามาที่ร้านป้าหยิน


ขนมจีนน้ำยาหยวกกล้วยที่ผมจะมาแนะนำกันดีกว่า ร้านนี้ตั้งอยู่ทางเข้าสะพานมอญฝั่งตลาดมอญ หาไม่ยากครับเดินไปที่สะพานเจอทันที คนแถวนั้นรู้จักหมดเป็นร้านดังประจำสะพานมอญ


ว่าแล้วก็ไม่รอช้าสั่งขนมจีนน้ำยาหยวกกล้วยมาชิมกันทันที ไม่นานนักขนมจีนพร้อมเครื่องเคียงก็มาวางเรียงกันอยู่ตรงหน้าพร้อมเครื่องปรุงให้จำนวนหนึ่ง บีบมะนาว ใส่ผักตามอัธยาศัย คลุกให้เข้ากันแล้วก็เริ่มชิมไปปรุงไป รสชาตินั้นอร่อยเหมือนขนมจีนน้ำยาที่เราคุ้นเคยกันดี แต่อาจจะมีกลิ่นและรสชาติที่ผิดแผกกันออกไปบ้าง แต่โดยรวมแล้วถือว่าอร่อยใช้ได้เลยครับ

ยิ่งรับประทานกับไข่ต้มแล้วยิ่งเพิ่มรสชาติให้อร่อยยิ่งขึ้นเสียดายอย่างเดียวที่ไม่ได้เป็นไข่ต้มยางมะตูมเท่านั้นเองครับ เบ็ดเสร็จงานนี้เสียค่าขนมจีนไปเพียงจานละ 20 บาทเท่านั้น ไข่ต้มฟองละ 5 บาท เมนูอื่นๆ ของร้านก็มีโจ๊กเป็นอาหารเช้าขึ้นชื่อของที่นี่เหมือนกัน

รวมแล้วนับเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าเดินเที่ยวยามเช้าอย่างยิ่ง มีข้อแม้เดียวคือจะต้องตื่นแต่เช้า ถ้าต้องการถ่ายภาพพระอาทิตย์กำลังขึ้น หรือทำบุญตักบาตร เก็บภาพสวยๆ ของสะพานมอญที่เริ่มเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา เดินไปจนสุดปลายฝั่งอีกด้านเพื่อรับประทานอาหารเช้าอร่อยๆ อย่างร้านป้าหยิน หรือจะเป็นร้านอื่นๆ ก็อร่อยไม่แพ้กัน เท่านี้ก็คงพอให้เราได้หายเหนื่อยพร้อมรับปีใหม่ฟ้าใสอย่างแน่นอน


ที่มา : http://www.posttoday.com/magazine.php?id=83317

read more

ขนมจีน น้ำยาหยวก แบบ ชาวมอญ

ขนมจีนน้ำยาหยวก

เครื่องปรุง / ส่วนผสม
๑. หยวกกล้วย (ส่วนที่อ่อนของต้นกล้วย)
๒. ปลาช่อน หรือปลายี่สก
๓. เกลือ  
๔. ขิง                    
๕. กระชาย              
๖. ตะไคร้
๗. หอมแดง
๘. กะปิมอญ
๙. น้ำมันพืช
๑๐. ขนมจีน



ขั้นตอน / วิธีทำ

๑. หั่นต้นกล้วยอ่อนเป็นชิ้นเล็ก ๆ แช่ในน้ำเกลือ
๒. นำขิง กระชาย กะปิ ผงชูรส เกลือ โขลกละเอียด
๓. ผ่าหัวหอมแดงเป็นชิ้น (หอมแดง ๑ หัว ผ่า ๔ ชิ้น)
๔. ต้มปลาทั้งตัว แกะเอาแต่เนื้อ แล้วนำไปคั่วให้แห้ง
๕. ตั้งหม้อบนเตา ใส่น้ำมันพืชเล็กน้อย  ใส่หัวหอมแดงที่หั่นชิ้นคั่วไปมา ใส่ต้นกล้วยอ่อนแล้วคั่วให้เข้ากัน ใส่น้ำพอประมาณ ใสเครื่องแกงที่โขลกไว้ ใส่เนื้อปลาคั่ว ใส่ตะไคร้ทั้งต้น โดยมัดรวมกันทั้งต้นแล้วทุบให้แหลกนิดหน่อย
๖. ปรุงรสเพิ่มเติมได้  เดือดแล้วยกลง

  ในการรับประทานขนมจีนน้ำยาหยวก จะมีเครื่องปรุงรสและเครื่องเคียง ซึ่งผู้บริโภคจะเติมหรือไม่เติมก็ได้ มีดังนี้
๑. น้ำมะขาม
๒. กระเทียมเจียว
๓. พริกแห้งทอด (เป็นเม็ด)
๔. ผักชี/ผักชีผรั่ง
๕. ถั่วฝักยาว
๖. ถั่วทอดพม่า (ถั่วเหลืองเม็ดใหญ่)
๗. ไข่ต้ม


เทคนิคในการทำ (เคล็ดลับ)
๑. ต้นกล้วยอ่อน (หยวกกล้วย) หั่นและแช่ในน้ำเกลือ เพื่อให้นิ่ม และไม่คันคอเมื่อนำไปรับประทาน
๒. หัวหอมแดงใส่มาก ๆ จะอร่อย
๓. ปลานำไปคั่วให้แห้งจะทำให้ไม่เหม็นคาว
๔. ขนมจีนที่นิยมรับประทานจะเป็นขนมจีนแป้งหมัก
๕. ใช้กะปิมอญ เนื่องจากเป็นกะปิที่ทำมาจากปลาซิว ไม่มีกลิ่น มีสีดำคล้ำ

บุคคลผู้รู้ด้านอาหารพื้นบ้าน
ชื่อ นางกัญจนา  เลิศอุดมหงส์   อายุ ๓๙  ปี
อาชีพ ค้าขาย และบริการการท่องเที่ยวทางธรรมชาติ 
มีประสบการณ์ในการทำอาหาร ๒๑  ปี 
ที่อยู่ บ้านเลขที่ ๕๕๐ หมู่ ๒  ตำบลหนองลู 
อำเภอ สังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี
ชื่อร้านอาหาร อาหารมอญหน้าโรงพยาบาล 
จำหน่ายที่   หน้าโรงพยาบาลอำเภอสังขละบุรี
ตั้งแต่เวลา ๐๖.๐๐ น. ถึง ๑๔.๐๐ น. 
เบอร์โทรศัพท์/มือถือ   ๐๘๙-๘๓๗๗๓๓๖

ที่มาของอาหาร
ชาวไทยรามัญ (มอญ) อำเภอสังขละบุรี เป็นชนกลุ่มน้อยที่มีอาชีพทำไร่ ทำสวน และพืชที่ปลูกกันมาก คือ กล้วย เพราะปลูกง่าย และมีขึ้นอยู่ทั่วไปตามป่า ที่เรียกว่า กล้วยป่า ซึ่งสามารถนำมาประกอบอาหารได้หลายอย่าง ทั้งอาหารคาวและอาหารหวาน ดังนั้น ชาวไทยรามัญจึงนำต้นกล้วยอ่อนมาประกอบเป็นอาหารคาว เช่น แกงส้มหยวกกล้วย ยำหยวกกล้วย หยวกกล้วยต้มจิ้มน้ำพริก และน้ำยาหยวกกล้วย

ถดูที่นิยมกิน
ได้ตลอดทั้งปี

รสชาติ
รสชาดของน้ำยาหยวกจะมีรสจืด แต่เมื่อเติมเครื่องปรุงรสจะออกเปรี้ยว เผ็ด

คุณค่าโภชนาการ
ขนมจีนน้ำยาหยวกเป็นอาหารพื้นบ้านชาวไทยรามัญ (มอญ) อำเภอสังขละบุรี ที่ชาวบ้านนิยมรับประทานกันมาก ในด้านคุณค่าทางโภชนาการจะเห็นได้ว่ามีคุณค่าทางโภชนาการครบทั้ง ๕ หมู่ และในทางพฤกษาศาสตร์พบว่า หยวกกล้วยสามารถรักษาสุขภาพของร่างกายได้ คือ ล้างในระบบทางเดินอาหารกากและเส้นใยจะช่วยดูดซับไขมันในบริเวณลำไส้ ทำให้ไขมันดูดซึมสู่ร่างกายน้อย และช่วยไม่ให้ท้องผูก


ที่มา :  http://thaifood.m-culture.go.th/food.php?id=589&id_group=3
read more

Saturday, 11 June 2011

"ขนมจีน ปักษ์ใต้" ไม่อั้นความอร่อย

ขนมจีน เป็นอีกเมนูที่มีความหลากหลาย จากน้ำยา น้ำพริก และแกงต่างๆที่เอาไว้กินคู่กัน มีให้เลือกทั้งแกงแบบทางเหนือ อีสาน กลาง และภาคใต้ แถมยังมีรสชาติความอร่อยที่แตกต่างกันไปอีกด้วย
     
"ผ่านมาแวะกิน" ก็ชอบกินขนมจีนเหมือนกัน และก็ชอบกินไปเสียทุกแกง เรียกว่าเป็นที่ลำบากใจไปเสียทุกครั้งที่จะต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ถ้ามาที่ร้าน "ขนมจีนปักษ์ใต้" แห่งนี้แล้ว รับรองว่าได้กินทุกอย่าง เพราะร้านนี้เค้าเป็นขนมจีนแบบบุฟเฟ่ต์ ไม่ว่าจะน้ำยาหรือแกงแบบไหน ก็อร่อยได้จนเต็มอิ่ม



บรรยากาศภายในร้านขนมจีนปักษ์ใต้


ขนมจีนน้ำยากะทิ

ร้านนี้ตั้งอยู่ในซอยติวานนท์ 39 เป็นร้านของคุณนิกร เจริญสุข ที่ใช้พื้นที่บ้านของตัวเองมาเปิดเป็นร้านขนมจีนให้ได้นั่งกันสบายๆ โดยมีความตั้งใจที่จะบริการลูกค้าด้วยของที่มีคุณภาพ เพราะถือคติที่ว่าถ้าคนขายกินแบบไหน ลูกค้าก็จะได้กินแบบนั้น
     
มาว่ากันถึงเรื่องบุฟเฟ่ต์ของที่นี่ เค้าขายกันในราคาเพียง 30 บาทต่อคนเท่านั้น แถมด้วยผักเครื่องเคียงที่มีให้เลือกหลายชนิด แต่ถ้าอยากจะเพิ่มความอร่อยด้วยไข่ต้ม (ฟองละ 5 บาท) ก็ได้เช่นกัน เส้นขนมจีนที่ทางร้านใช้ ก็เป็นเส้นขนมจีนหมัก ส่วนน้ำยาก็มีให้คือ น้ำยากะทิ น้ำพริก แกงเขียวหวานไก่ แกงไตปลา และน้ำยาป่า ซึ่งทำใหม่ๆ ทุกวัน เวลาขายก็จะใส่ไว้ในหม้อดินที่อุ่นด้วยเตาถ่านให้ร้อนตลอดเวลา

ขนมจีนแกงเขียวหวานไก่

เรามาเริ่มชิม น้ำยากะทิ กันก่อน จานนี้ใช้พริกแกงเผ็ดของทางใต้มาโขลก เพิ่มด้วยกระเทียม กระชาย กะปิ จากนั้นก็ใส่เนื้อปลาทับทิมต้มสุกเพื่อให้น้ำยาข้นขึ้น นำไปเคี่ยวกับกะทิจนเดือด ปรุงรส แล้วใส่ลูกชิ้นปลาอย่างดี ชิมแล้วรสชาติกลมกล่อม หอมเครื่องแกง
     
ต่อกันด้วย แกงเขียวหวานไก่ ที่ใช้เครื่องแกงเขียวหวานมาเพิ่มรสชาติด้วยกระเทียม และพริกขี้หนูสด นำมาเคี่ยวกับกะทิ แล้วใส่เลือด และไก่ ต้มจนสุก จากนั้นใส่ยอดมะพร้าว เพิ่มหัวกะทิ ปรุงให้ได้รสชาติ จากนั้นโรยหน้าด้วยพริกชี้ฟ้าแดงและใบโหระพา แกงเขียวหวานหอมมัน ออกรสเผ็ดเล็กน้อย กินได้กินดีไม่มีเบื่อ

ขนมจีนแกงไตปลา

       แล้วมาปิดท้ายด้วย แกงไตปลา รสเข้มข้น ใช้พริกแกงเผ็ดใต้มาเติมกระเทียม กะปิ ปั่นให้ละเอียด แล้วนำขึ้นตั้งไฟกับน้ำสะอาด ใส่ไตปลา เนื้อปลาโอย่าง เคี่ยวให้เข้ากัน ใส่ผักต่างๆ แล้วปรุงรส แกงไตปลารสชาติจัดจ้าน เข้มข้น หอมอร่อย แต่ก็ไม่เผ็ดมากเกินไป
     
แต่ถ้ายังไม่อิ่มดี ก็ยังมี น้ำพริก และ น้ำยาป่า ที่รสชาติเด็ดไม่แพ้กันไว้ให้ลองชิมกันอีกด้วย "ผ่านมาแวะกิน" ขอแนะนำเลยว่า ถ้าอยากจะมากินให้โทรมาถามทางร้านก่อนว่าหมดหรือยัง หรือจะโทรมาจองที่ก่อนก็ได้ เพราะของดีมีน้อย ไม่อย่างนั้นอาจจะมาเสียเที่ยว ไม่ได้ลิ้มรสขนมจีนอร่อยๆ ของร้าน"ขนมจีนปักษ์ใต้" ก็เป็นได้
     
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
     
ร้าน "ขนมจีนปักษ์ใต้" ตั้งอยู่เลขที่ 1 ซ.ติวานนท์ 39 ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี การเดินทาง จากแยกแครายวิ่งตรงมาตาม ถ.ติวานนท์ มุ่งหน้าสู่ปากเกร็ด วิ่งผ่านสามแยกสนามบินน้ำ จนมาถึงโรงงานโตชิบ้า ให้ชิดซ้าย แล้วเลี้ยวซ้ายเข้า ซ.ติวานนท์ 39 แล้วขับเลาะกำแพงโรงงานไปเรื่อยๆ จะเห็นร้านอยู่ทางซ้ายมือ จอดรถได้บริเวณหน้าร้าน ทางร้านรับจัดงานทั้งในและนอกสถานที่ ร้านเปิดจันทร์ - ศุกร์ (หยุดเสาร์ - อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์) เวลา 7.00 - 12.00 น. โทร. 08-1495-1093 

รายละเอียดและแผนที่การเดินทางไปยังร้าน “ขนมจีนปักษ์ใต้”



 ชื่อร้าน : ขนมจีนปักษ์ใต้
       
       ประเภทอาหาร : บุฟเฟ่ต์ขนมจีน
       
       เมนูจานเด่น : ขนมจีนน้ำยากะทิ ขนมจีนแกงเขียวหวานไก่ ขนมจีนแกงไตปลา
       
       บรรยากาศร้าน : โปร่ง สบาย เหมือนกินข้าวที่บ้าน
     
       ที่ตั้ง และการเดินทาง : ตั้งอยู่เลขที่ 1 ซ.ติวานนท์ 39 ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี การเดินทาง จากแยกแครายวิ่งตรงมาตาม ถ.ติวานนท์ มุ่งหน้าสู่ปากเกร็ด วิ่งผ่านสามแยกสนามบินน้ำ จนมาถึงโรงงานโตชิบ้า ให้ชิดซ้าย แล้วเลี้ยวซ้ายเข้า ซ.ติวานนท์ 39 แล้วขับเลาะกำแพงโรงงานไปเรื่อยๆ จะเห็นร้านอยู่ทางซ้ายมือ
     
       เวลาเปิด-ปิด : เปิดจันทร์ - ศุกร์ (หยุดเสาร์ - อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์) เวลา 7.00 - 12.00 น.
       
       เบอร์โทรศัพท์ : โทร. 08-1495-1093

ที่มา : http://202.57.155.201/Travel/ViewNews.aspx?NewsID=9530000116077
read more

หมักแป้ง ขนมจีน สำเร็จเพียงวันเดียว สูตรเด็ดจากนักวิจัยมทร.ธัญบุรี

หลายคนอาจไม่ทราบว่ากว่าจะได้ขนมจีน มารับประทานกับน้ำยาแสนอร่อย และยังเป็นที่นิยมของคนไทยทั่วทุกภูมิภาคนั้นต้องผ่านกระบวนการทำหลายขั้นตอน แม้ปัจจุบันจะมีการใช้เครื่องจักรเข้าช่วยแต่ก็ยังมีกระบวนการที่ต้องใช้เวลาในการหมักแป้ง 2-3 วันอยู่ดี ซึ่งถ้าหากจะให้สะดวกและทันการการบริโภคยังนับว่าใช้เวลามาก อีกทั้ง ระหว่างการผลิต ยังมีน้ำทิ้งที่มีความเป็นกรดออกมามากทำให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเมื่อปล่อยลงสู่แหล่งน้ำ อีกทั้งคุณภาพของขนมจีนที่ได้อาจจะเปลี่ยนไปตามปัจจัยที่ส่งผลในแต่ละครั้งในการทำ ไม่สามารถควบคุมได้





จากปัญหาดังกล่าว ทำให้ “ดร.อรวัลภ์ อุปถัมภานนท์” นักวิจัยจากคณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ไปคว้ารางวัล เหรียญเงิน จากการประกวดสิ่งประดิษฐ์ของนักวิจัยสตรี ในงาน Korea International Women’s Invention Exposition 2010(KIVIE2010) ณ แปซิฟิคฮอลล์ กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้





จากงานวิจัย การผลิตขนมจีนแป้งหมักโดยใช้เทคโนโลยีสะอาด ซึ่งการวิจัยชิ้นนี้สามารถแก้ปันหาที่กล่าวมาข้างต้นอย่างได้จนเป็นผลสำเร็จดร.อรวัลภ์ เปิดเผยว่า งานวิจัยนี้ สามารถแก้ปัญหาได้ถึงสามส่วนคือ สามารถลดระยะเวลาในการผลิต ลดปริมาณน้ำเสียจากกระบวนการผลิต และสามารถความคุมระบบการผลิต ควบคุณคุณภาพของขนมจีนได้




ขั้นตอนการทำขนมจีนโดยทั่วไป เริ่มจาก เตรียมข้าวเหนียว(หัก)มาล้างทำความสะอาด แช่น้ำ 6 ชม. แล้วนำไปโม่เปียก พอได้แป้งน้ำ นำไปหมักที่อุณหภูมิห้อง จากนั้นนำไปทับน้ำ เหลือก้อนแป้งที่มีความชื้น ประมาณร้อยละ50-55 แล้วนำก้อนแป้งที่ได้ไปนึ่งเป็นเวลา 30 นาที นำไปนวดให้ได้ที่แล้วนำไปโรยเส้น เป็นขนมจีน ซึ่งการลดระยะเวลาการผลิต จากปกติการหมักแป้งต้องใช้เวลา2-3 วัน ให้เหลือแค่ 1 วัน ซึ่งในกระบวนการนี้ จะมีการ คัดกล้าเชื้อเพื่อช่วยในการย่อยแป้ง เป็นกล้าเชื้อในกลุ่ม Lactobacillus plantarum กล้าเชื้อที่เติมลงไปมีคุณสมบัติช่วยให้ย่อยแป้งเร็วขึ้น ซึ่งจัดเป็นเทคโนโลยีสะอาดที่ช่วยในการพัฒนาการผลิต เช่นเดียวกับการผลิตโยเกิรต์”
     




ส่วนการควบคุมคุณภาพ เนื่องจาก ในการหมักแป้งเกิดจากการหมักที่เติมกล้าเชื้อที่ได้คัดเลือกแล้วเพียงชนิดเดียว ทำให้ผู้ผลิตสามารถควบคุณคุณภาพได้
     
“การหมักแบบนี้ ไม่เหมือนกับการหมักแป้งโดยทั่วไปที่ทิ้งให้แป้งย่อยเองซึ่งเสี่ยงกับการปนเปื้อนกับเชื้อชนิดอื่น และอาจส่งผลกับคุณภาพไปด้วย และน้ำเสียระหว่างการผลิตก็ลดปริมาณการกรดลดลง ทำให้ลดปริมาณน้ำเสียจากกระบวนการผลิตลงได้นอกจากจะได้ประโยชน์กับมนุษย์โดยตรงแล้ว ยังมีส่วนช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อมที่กำลังเป็นปัญหาระดับโลกอีกด้วย” ดร.อลวัลภ์กล่าวสรุป


ที่มา :  http://61.19.246.214/~accout/direct/browse.php/Oi8vd3d3/Mi5tYW5h/Z2VyLmNv/LnRoL0Nh/bXB1cy9W/aWV3TmV3/cy5hc3B4/P05ld3NJ/RD05NTMw/MDAwMDkw/Mzgz/b5/
read more

ขนมจีน แสนสุข ยกระดับคุณภาพ ประกันสดใหม่เพียงอุ่นไมโครเวฟ

สถาพร ไพศาลบูรพา

เคยไหมที่ก่อนรับประทานขนมจีนต้องเตรียมใจกับอาการท้องเสียที่อาจจะเกิดขึ้น แต่หลายคนก็ขอยอมเสี่ยง เพราะขนมจีนถือเป็นอาหารประเภทเส้นที่ถูกปากคนไทยไม่ว่าจะนำไปรับประทานคู่กับแกง น้ำยา หรือสิ่งที่เข้ากันได้ดีที่สุดอย่างส้มตำ แล้วจะมีไหมหากจะมีขนมจีนที่รับประกันความสด สะอาด ระบุวันหมดอายุ ช่วยลดความเสี่ยงจากขนมจีนแป้งหมักที่ไม่สามารถล่วงรู้ได้เลยว่าขณะที่เรารับประทานขนมจีนนั้นผ่านการหมักมากี่วันแล้ว





ขนมจีนแบบซอง สำหรับรับประทาน 1 คน อุ่นเตาไมโครเวฟเพียง 1 นาที

จากจุดนี้เองทำให้โรงงานผู้ผลิตแป้งข้าวจ้าว และแป้งข้าวเหนียว ตราหมีคู่ดาว ดำเนินธุรกิจมานานกว่า 30 ปี คิดเพิ่มมูลค่าแป้งจากโรงงานของตนเอง มาผลิตอาหารที่มีคุณภาพให้คนไทยได้บริโภค ประกอบกับที่ผ่านมาตลาดแป้งหลักๆ จะถูกแชร์ไปกับแป้งสาลีที่ใช้ทำขนมและเบเกอรี่ ส่วนแป้งข้าวจ้าว จะถูกนำไปทำเส้นก๋วยเตี๋ยว ซึ่งถือเป็นธุรกิจที่มีผู้ประกอบการหลายรายผลิตกันเป็นจำนวนมาก



ขนมจีน บรรจุลงกล่องสำหรับรับประทาน 3-5 คน อุ่นเตาไมโครเวฟ 3 นาที

ทำให้ “สถาพร ไพศาลบูรพา” ผู้จัดการทั่วไป และทายาทธุรกิจตัดสินใจเปิดบริษัท สมายล์ มีล จำกัด ผลิตแป้งขนมจีน จากแป้งข้าวจ้าว หวังยกระดับคุณภาพอาหารให้คนไทยได้รับประทานเส้นขนมจีนที่ปราศจากกลิ่นเปรี้ยว สารกันบูด และได้รับประทานเส้นขนมจีนที่ขาว นุ่ม จากธรรมชาติ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องอาการเสาะท้องอีกต่อไปภายใต้แบรนด์ 'ขนมจีนแสนสุข'



เส้นเหนียวนุ่ม ไร้กลิ่นเปรี้ยว

“เรามองว่าเส้นขนมจีนที่เป็นอาหารที่อยู่คู่คนไทยมานาน และคนไทยก็ชอบรับประทาน ทำไมไม่มีการการันตีเรื่องการผลิต และวันหมดอายุ ทั้งที่ๆ ประเทศไทยก็แหล่งผลิตอาหารคุณภาพส่งออกทั่วโลก แต่กลับไม่ให้ความสำคัญกับอาหารที่รับประทานกันในประเทศ เราจึงคิดนำแป้งของโรงงานเราเองมาผลิตเป็นเส้นขนมจีนที่ปราศจากสารกันบูด ไร้สารฟอกขาว ไม่มีกลิ่นเปรี้ยว และที่สำคัญไม่ทำให้เกิดอาหารเสาะท้อง ซึ่งเราใช้เวลาลองผิดลองถูกประมาณ 1 ปี ก็ได้เส้นขนมจีนพร้อมรับประทาน สามารถเก็บในตู้เย็นช่องธรรมดาในอุณหภูมิ 4-7 องศาเซลเซียส ได้นาน 14 วัน เมื่อต้องการรับประทานเพียงนำไปอุ่นในเตาไมโครเวฟ 1-3 นาที ได้เส้นขนมจีนเหนียวนุ่ม”



ขนมจีนกับแกงเขียวหวาน เมนูที่ลงตัวถูกปากคนไทย

ขนมจีนแสนสุข ถือเป็นขนมจีนรายแรกในไทยที่ได้มาตรฐานการผลิต GMP พร้อมกับมีการระบุวันหมดอายุลงบนบรรจุภัณฑ์ทั้ง 2 แบบ คือ แบบซอง (12 บาท/ซอง) สำหรับรับประทาน 1 คน บรรจุในซองพลาสติกสามารถอุ่นในเตาไมโครเวฟเพียง 1 นาที และแบบถาด (35 บาท/ถาด) สำหรับรับประทาน 3-5 คน อุ่นในเตาไมโครเวฟ 3 นาที ซึ่งการทำให้ขนมจีนอยู่ในแพคเกจเพื่อรองรับกลุ่มผู้บริโภคที่มีพฤติกรรมการซื้อสินค้าและอาหารตามซูเปอร์มาร์เก็ต ไม่คิดแข่งผู้ผลิตขนมจีนขายส่งตามตลาดสด แต่หากลูกค้าที่ต้องการซื้อขนมจีนแสนสุขในปริมาณมากสามารถซื้อได้ที่โรงงานผลิตได้ ที่ต.แสนสุข จ.ชลบุรี ได้ แต่เก็บได้เพียง 2 วันเท่านั้น



แป้งข้าวจ้าวของโรงงาน ตราหมีคู่ดาว ที่นำมาผลิตเป็นเส้นขนมจีน

“การที่เรานำขนมจีนใส่ลงในแพคเกจ ก็เพื่อการเก็บรักษาเส้นขนมจีนให้ยาวนานขึ้น รวมถึงเพื่อสะดวกต่อการรับประทานของลูกค้า ส่วนในเรื่องของราคาแม้จะสูงกว่าเส้นขนมจีนที่ขายอยู่ตามท้องตลาดก็ตาม แต่ก็ถือว่าไม่มากนัก หากเทียบกับคุณภาพที่ผู้บริโภคจะได้รับ ซึ่งการตอบรับตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมาถือว่าลูกค้าให้การตอบรับดี เหมือนกับลูกค้ารอขนมจีนในลักษณะนี้อยู่”

สำหรับตลาดส่งออกสถาพรคิดวางแผนจำหน่ายตลาดในเอเชียก่อน เนื่องจากเชื่อว่าเส้นขนมจีนประเทศเพื่อนบ้านก็รู้จักดี รวมถึงยังต่อยอดเป็นเมนูอาหารได้หลากหลาย อย่าง ขนมจีนทอดกรอบ ใช้แทนข้าวตังหน้าตั้ง ขนมจีนเนื้อตุ๋น ขนมจีนหมูย่าง และขนมจีนยำทะเล แต่กำลังอยู่ในช่วงพัฒนาผลิตภัณฑ์อาจจะทำออกมาในรูปของเส้นขนมจีนอบแห้งบรรจุในซองฟอยล์ และสามารถเก็บรักษาได้ 1 ปี ปัจจุบันขนมจีนบ้านแสนสุข มีจำหน่ายที่ ท็อปส์ มาร์เก็ต, วิลลา มาร์เก็ต และเลมอน ฟาร์ม

อนาคตทางบริษัทฯ จะพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อคนไทยอย่างต่อเนื่อง เน้นอาหารสุขภาพ ภายใต้แบรนด์ สมายล์ มีล หวังให้คนไทยมีความสุขในการรับประทานอาหาร โดยเจาะตลาดในประเทศก่อน เพื่อให้คนไทยได้รับประทานอาหารที่มีคุณภาพสมกับที่ประเทศไทยจะเป็นครัวของโลกในอนาคต

@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

***ติดต่อ 08-1875-6306, 0-3839-1503***

ที่มา : http://www.manager.co.th/SMEs/ViewNews.aspx?NewsID=9540000066388
read more

Friday, 10 June 2011

เปิดตำนาน ขนมจีน ไทยยอดนิยม

ขนมจีนเป็นอาหารไทยพื้นบ้านที่มีทุกภาคทุกท้องถิ่น เส้นขนมจีนคือแป้งข้าวที่นำมาทำเป็นเส้นด้วยภูมิปัญญาคนไทยและคนเอเชียอื่น เพราะเส้นขนมจีนมีทั้งในลาว เขมร พม่า เวียดนาม จีนและไทย คนอีสานในไทยและคนลาวเรียกขนมจีนว่า ข้าวปุ้น คนเหนือเรียก ขนมเส้น คนภาคกลาง ภาคใต้ และคนภาคตะวันออกเรียก ขนมจีน ส่วนชื่อขนมจีนนั้น ปรากฏว่าไม่มีความเกี่ยวพันกับความเป็น"ขนม"หรือคำว่า "จีน" เลย




วิถีการกินขนมจีน
การกินขนมจีนของคนไทยแต่ละภาคนั้นมีความหลากหลายแตกต่างกัน ส่วนใหญ่อยู่ที่น้ำแกงที่ราดบนเส้นขนมจีน ที่มีทั้งน้ำยา และแกงเผ็ดต่างๆ นอกเหนือจากนั้นก็ยังต่างกันที่ผักเครื่องเคียงที่กินที่กินกับขนมจีนอีกด้วย

ขนมจีนภาคกลางค่อนข้างหลากหลายมีทั้งน้ำยาและแกงเผ็ดต่างๆ น้ำยาภาคกลางเน้นใส่กะทิ รสกลมกล่อม ไม่เผ็ดจัด มีกลิ่นหอมของกระชายโดดเด่น นอกจากนั้นยังมีขนมจีนน้ำพริก น้ำยาป่า แกงเผ็ด แกงเขียวหวาน และขนมจีนซาวน้ำ

ขนมจีนน้ำยา คนภาคกลางนิยมกินน้ำยากะทิ ส่วนใหญ่ใช้ปลาช่อน สมันก่อนชาวบ้านต่างจังหวัดจะใช้ปลากาซึ่งเป็นปลาน้ำจืด ตัวสีดำ เนื้อมีความมันหวานเป็นพิเศษ ทำน้ำยาได้อร่อยนัก การทำน้ำยาโบราณจะนำเครื่องแกงที่มีทั้งข่า ตะไคร้ กระชาย พริกแห้ง หอมแดง กระเทียม มาต้มกับเนื้อปลา และตักเครื่องแกงขึ้นโขลกจนละเอียด นำปลากุเลาหรือปลาอินทรีมาปิ้งไฟจนหอม แกะเนื้อโขลกรวมกับเนื้อปลาช่อน การโขลกทำให้เนื้อปลาฟูเป็นปุย ดูดซับน้ำกะทิได้ดี เมื่อโขลกเสร็จให้นำไปละลายในหม้อ นำหัวกะทิตั้งไฟ ต้องหมั่นคนไม่ให้น้ำยานอนก้นเพราะจะทำให้ไหม้ก้นหม้อ ปัจจุบันเน้นความสะดวกรวดเร็วนำเครื่องแกงไปปั่นรวมกับเนื้อปลา

ขนมจีนน้ำพริก เป็นอาหารในวัง รสชาติหวานเปรี้ยวและเค็ม ข้นด้วยถั่วเขียวเราะเปลือก เนื้อกุ้ง และถัวลิสงคั่ว น้ำยาจะใส่น้ำมะกรูดหรือน้ำส้มซ่าเพื่อให้มีกลิ่นหอม ใส่หอมเจียวและกระเทียมเจียว ลอยหน้าด้วยน้ำพริกสีแดง ขนมจีนน้ำพริกชาววังแบบครบเครื่อง จะต้องมีเครื่องเคียงทั้งผักสด ผักผัด ผักชุปแป้งทอด พริกแห้งทอด ทอดมันกรอบ(กุ้งฝอย) ทอดมันปลาหรือกุ้ง ไข่ต้ม แจงลอน ข้าวเม่า และกล้วยแขก ร้านที่ขายขนมจีนน้ำพริกในปัจจุบันคงหลือแต่ผักสด ผักลวก ผักทอด และไข่ต้ม ไว้กินเคียงเท่านั้น

ขนมจีนแกงเผ็ดและแกงเขียวหวาน ลักษณะแกงกะทิที่ดีนั้นเมื่อราดบนเส้นขนมจีนน้ำแกงต้องจับเส้น รสมันกลมกล่อมจากกะทิเผ็ดหอมจากเครื่องแกงและไม่ควรแตกมันมากเกินไป ขนมจีนแกงกะทิยังเป็นอาหารที่นิยมทำเลี้ยงกันในงานต่างๆอีกด้วย เพราะกินได้ทั้งกับขนมจีนและข้าวสวย ที่นิยมคือ แกงเผ็ดไก่ และแกงเขียวหวานต่างๆ เช่น แกงเขียวหวานไก่ ลูกชิ้นปลากราย หมู เนื้อ และเป็ด หากแกงกับเนื้อสัตว์ที่เนื้อมีความเหนียวเป็นพิเศษ เช่น ไก่บ้าน เนื้อเป็ด เนื้อวัว ควรนำมาเคี่ยวกับกะทิให้นุ่มก่อนแกง

ขนมจีนซาวน้ำนิยมกินในช่วงสงกรานต์เป็นอาหารคลายร้อน เพราะเครื่องเคล้าของขนมจีนซาวน้ำมีแต่ของสด เช่น สับปะรด ขิง พริกขี้หนู กระเทียม และมะนาว เวลากินราดด้วยหัวกะทิเคี่ยวเพิ่มความฉ่ำหวาน ใส่แจงลอน โรยกุ้งแห้งป่น ปรุงรสด้วยน้ำปลาพริก น้ำตาลทราย และน้ำมะนาว

ขนมจีนปักษ์ใต้ ขนมจีนเป็นอาหารเช้าของชาวใต้แถบชายฝั่งทะเลตะวันตก ได้แก่ ระนอง พังงา สมุย ภูเก็ต นครศรีธรรมราช กินแนมกับผักเหนาะกระจาดใหญ่ ซึ่งบางครั้งก็มีปลาฉิ้งฉ้างด้วย บางท้องที่อย่างภูเก็ตจะกินกับห่อหมก ปาท่องโก๋ ส่วนที่ชุมพรนั้นกินขนมจีนเป็นมื้อเย็น กินกับทอดมันปลากราย ขนมจีนที่นครศรีธรรมราชมีเอกลักษณ์อยู่ที่ น้ำยา น้ำข้น มัน และหอมเครื่องแกง กินเป็นอาหารเช้าร่วมกับข้าวยำและข้าวแกงปักษ์ใต้

ขนมจีนน้ำยากะทิปักษ์ใต้มีสีเหลืองเพราะใส่ขมิ้น ไม่ใส่กระชายเหมือนภาคกลาง รสเผ็ดนำ ข้นหวานด้วยเนื้อปลา ปลาทะเลที่นิยมใช้ทำน้ำยาคือ ปลาแดง ปลาน้ำดอกไม้ ปลากระพง ปลาทูแขก ปลาตาหวาน เป็นต้น

ขนมจีนแกงไตปลาหรือเรียกอีกอย่างว่า แกงพุงปลา ทางภาคใต้จะแกงแบบไม่ใส่ผัก น้ำแกงข้นด้วยเนื้อปลาย่าง รสเผ็ดนำ บางแห่งจะใส่ส้มแขกหรือสับปะรดเพื่อให้มีรสเปรี้ยวอ่อนๆ แกงไตปลาที่พบตามร้านขนมจีนในกรุงเทพ น้ำแกงจะใส เผ็ดน้อยกว่าแกงไตปลาแบบปักษ์ใต้แท้ นิยมใส่พวกหน่อไม้ ถั่วฝักยาว ฟักทอง มะเขือเปราะ และมะเขือพวก

ขนมจีนภาคอีสานคนอีสานกินขนมจีน น้ำยาป่าปลาร้า ใส่ปลาร้าเป็นตัวชูรส ใส่กระชายโขลกพอหยาบให้น้ำยามีกลิ่นหอมและมีเนื้อกระชาย บางที่ใส่ต้นหอมเพิ่มกลิ่นหอมขึ้นด้วย น้ำยาป่ามีหลายสูตรต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่น ถ้าเป็นคนโคราชก็เรียกน้ำยาโคราช นอกจากนั้นยังมีข้าวปุ้นฮ้อนหรือข้าวปุ้นน้ำแจ่ว ที่น้ำแกงไม่มีเนื้อปลาเลย เป็นเพียงน้ำต้มกระดูก ปรุงรสด้วยปลาร้า ใส่พริกสด กระเทียม และมะนาว เป็นต้น

ขนมจีนภาคเหนือ ที่ขึ้นชื่อคือขนมจีนน้ำเงี้ยว น้ำแกงมีสีแดงสีส้ม ใส่ถั่วเน่า ดอกงิ้ว เลือดหมู กระดูกหมู หมูสับ และมะเขือส้ม รสชาติเปรี้ยวอมหวาน น้ำซุปเคี่ยวจากกระดูกหมูจนมีรสหวานกลมกล่อม ใส่ดอกงิ้วซึ่งเป็นดอกสีส้มต้นใหญ่ เกิดในป่าเขา นำส่วนเกสรของดอกมาตากแห้ง มีกลิ่นและรสอ่อนๆ มีความมันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ เวลารับประทานจะตักน้ำเงี้ยวร้อนๆราดบนเส้นขนมจีน โรยหน้าด้วยกระเทียมเจียว ต้นหอม และผักชี กินกับผักกาดดอง ถั่วงอกดิบ แคบหมู พริกแห้งทอดหรือพริกป่นผัดน้ำมัน บีบมะนาวเพื่อตัดรสให้กลมกล่อมขึ้น

44231244:DDR
read more